AirCarbon: พลาสติกย่อยสลายได้จากก๊าซเรือนกระจก
AirCarbon: พลาสติกย่อยสลายได้จากก๊าซเรือนกระจก
เรื่องโดย ณัฐวดี เสริมสุข
ในปัจจุบันปัญหาการตกค้างของขยะพลาสติกยังคงเป็นประเด็นหลักที่ทั่วโลกพยายามคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และมองหาแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ เราลองจินตนาการว่าถ้าหากมีเทคโนโลยีที่สามารถผลิตพลาสติกโดยใช้วัตถุดิบเป็นก๊าซเรือนกระจกและพลาสติกดังกล่าวยังสามารถถูกย่อยสลายได้ทางธรรมชาติด้วยคงจะช่วยตอบโจทย์ของปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี แนวความคิดนี้แม้ดูเป็นไปได้ยากแต่ถือว่ามีความน่าสนใจและท้าทายเป็นอย่างมาก เนื่องจากถือว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ในที่สุดแนวคิดนี้ถูกพัฒนาจนกลายเป็นจริงได้แล้วโดย บริษัท Newlight Technologies ซึ่งพลาสติกที่ถูกคิดค้นขึ้นมานี้ มีชื่อเรียกว่า AirCarbon

อะไรคือ AirCarbon
AirCarbon เป็นชื่อเรียกที่ทางบริษัทผู้ค้นพบตั้งขึ้นมา แต่แท้จริงแล้วก็คือ พลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable Plastics) ประเภทที่เรียกว่า พอลิไฮดรอกซีบิวทิเรต (Polyhydroxybutyrate: PHB) บริษัท Newlight Technologies ได้ค้นพบว่าจุลินทรีย์ที่อาศัยในมหาสมุทรดำรงชีวิตด้วยการบริโภคก๊าซมีเทนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ละลายอยู่ในน้ำเป็นอาหาร เมื่อจุลินทรีย์เหล่านี้เกิดกระบวนการย่อยอาหารเสร็จสิ้นแล้ว ก๊าซเรือนกระจกที่ถูกบริโภคเข้าไปจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น PHB ดังนั้นบริษัทจึงเลือกใช้จุลินทรีย์จากมหาสมุทรและก๊าซเรือนกระจกมาเป็นแหล่งวัตถุดิบแทนการผลิต PHB แบบดั้งเดิมที่จะใช้น้ำตาลกลูโคสหรือแป้งเป็นแหล่งคาร์บอนสำหรับเป็นสารตั้งต้นผลิต PHB

การใช้ Carbon-negative Process ในการผลิต AirCarbon
เทคโนโลยีการผลิต AirCarbon สามารถสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero Emissions ได้ดียิ่งขึ้นด้วยกระบวนการผลิตแบบคาร์บอนติดลบ (Carbon-negative Process) เนื่องจากในกระบวนการผลิตมีการใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) รวมทั้งใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สามารถดักจับก๊าซเรือนกระจกมาเป็นแหล่งวัตถุดิบและนำไปสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าได้ ทำให้คาร์บอนทั้งกระบวนการผลิต AirCarbon ถูกกำจัดออกจากบรรยากาศได้มากกว่าถูกปล่อยออกมา ซึ่งกระบวนการผลิตได้รับการประเมิน Carbon Footprint จาก SCS Global Services และ Carbon Trust ว่าเป็น Carbon-negative

ผลิตภัณฑ์จาก AirCarbon
AirCarbon เป็นวัสดุจากธรรมชาติที่มีความพร้อมสำหรับนำไปพัฒนาเป็นวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย เนื่องจากมีสมบัติดังนี้ ดังนี้ • FDA Approved: สามารถสัมผัสกับอาหารได้ • Home Compostable: สามารถย่อยสลายได้ด้วยกระบวนการย่อยสลายขยะจากครัวเรือนด้วยวิธีทางธรรมชาติ • High-strength: มีคุณสมบัติในด้านความแข็งแรง ความทนทานต่ออุณหภูมิทั้งร้อนและเย็น • Carbon-negative: กระบวนการผลิตได้รับการประเมินว่าเป็น Carbon-negative โดยมีองค์กรที่เป็นผู้ประเมิน Carbon Footprint คือ SCS Global Services และ Carbon Trust เนื่องจากความโดดเด่นในด้านคุณสมบัติดังกล่าว ทางบริษัท Newlight Technologies จึงได้มีการพัฒนา AirCarbon เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับใช้บนโต๊ะอาหาร เช่น ช้อน ส้อม มีด รวมทั้งหลอด โดยสามารถทดแทนพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งชนิดดั้งเดิมที่มีการผลิตมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล (Single-use Plastic) ซี่งมีหลากหลายประเภทให้เลือกตามความต้องการของผู้ใช้งาน

ในอนาคตอันใกล้นี้ Net Zero Emissions ที่เป็นเป้าหมายสำคัญของโลกส่งผลให้หลายประเทศมีการประกาศมาตรการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมให้ต้องมีการปรับตัวทางเทคโนโลยีหรือการเลือกใช้แหล่งวัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้มีหลายอุตสาหกรรมสนใจที่จะนำ AirCarbon ไปเป็นวัตถุดิบในการสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น บริษัทจำหน่ายอาหารฟาสต์ฟูด Shake Shack ได้มีการทดลองนำผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจาก AirCarbon ทดแทนการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งแบบดั้งเดิม หรือบริษัท Nike สนใจจะนำ AirCarbon มาเป็นส่วนหนึ่งของวัสดุในการใช้ทำรองเท้ากีฬา เป็นต้น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มวัสดุทางเลือกใหม่ที่มีประสิทธิภาพดีทั้งในด้านคุณสมบัติของวัสดุและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่อุตสาหกรรมต่างๆ ในการที่จะปรับตัวเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโลกมากขึ้น
แหล่งข้อมูล
[1] https://www.newlight.com [2] https://www.hausvoneden.com/lifestyle/news-nike-is-commercializing-biomaterial-AirCarbon-for-co2-reduction/ [3] http://www.thailandindustry.com/indust_newweb/onlinemag_preview.php?cid=226 [4] https://www.prnewswire.com/news-releases/AirCarbon-x-nike-newlight-and-nike-partner-to-reduce-carbon-footprint-301361052.html [5] https://www.greenqueen.com.hk/carbon-negative-us-burger-restaurant-shake-shack-tests-regenerative-cutlery-made-from-AirCarbon/ [6] https://edition.cnn.com/2020/10/19/tech/plastic-dissolving-newlight-AirCarbon-climate/index.html [7] https://www.pier.or.th/blog/2022/0301/ [8] http://plastic.oie.go.th/ReadArticle.aspx?id=5182 [9] https://www.google.com/url?sa=i&url=http%3A%2F%2Fasp.plastics.or.th%3A8001%2FArticle_Detail.aspx%3Fid%3D59&psig=AOvVaw1WSAupWEyTjfK41QjAxvSY&ust=1701921921803000&source=images&cd=vfe&opi=89978449&ved=0CBEQjRxqFwoTCMCPiM_3-YIDFQAAAAAdAAAAABAD